================================================== -->

god slot joker1️⃣LOOK618

ประธานบอร์ด อภลั่น กัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ ยังเป็นยาเสพติดอยู่ ยันสารสกัดไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ขณะนี่ สนชเตรียมเรียกอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแจงก่อนแก้กฎหมาย หวั่นเสียท่าต่างชาติ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข วันพุธที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) จัดโครงการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ โดยในช่วงอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผ่อนปรนกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ นพโสภณ เมฆธน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม (อภ) กล่าวว่า กรอบการหารือและระดมความคิดเห็นนี้ เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ และการคลายล็อกกัญชา ขอย้ำว่ากัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ แต่จะนำสารสำคัญในกัญชา ทั้ง THC และ CBD มาใช้ประโยชน์ และยังไม่ได้มีการอนุญาตให้ใช้เพื่อสันทนาการ ประชาชน หรือคนทั่วไป ยังไม่สามารถปลูกได้ กัญชายังคงเป็นยาเสพติดอยู่ ทั้งนี้ ในการปลดล็อกต้องทำเป็นขั้นตอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทาง ครมได้เห็นชอบในหลักการให้นำกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 5 มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนเรื่องของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ 11 บริษัท จดสิทธิบัตรสารสกัดกัญชานั้น ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เพราะสารสกัดจากพืชไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ โดยเมื่อวันที่ 15 เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่าไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมียื่นฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ นพโสภณตอบว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่าไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน คิดว่าคงไม่ฟ้อง คงมีการนัดคุยกัน แต่ยังไม่มีการระบุวัน ด้าน นพธเรศ กรัษนัยรววิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พย ครมได้รับหลักการร่าง พรบยาเสพติดของ สนช แนวทางการปลดล็อกกัญชาก็จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งกัญชายังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 5 เหมือนเดิม แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ผู้ดำเนินการต้องเป็นหน่วยงานรัฐ และมีกำหนดระยะเวลาในการใช้ 5 ปี แต่ต้องมีกฎหมายลูกรองรับ ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ปปส กล่าวว่า การควบคุมกัญชาใช้ในทางการแพทย์ ตามกรอบวางไว้ ว่า ผู้ดำเนินการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การปลูก สายพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้กัญชาคุณภาพ นำสารสำคัญมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และผู้ขออนุญาตปลูก ต้องเป็นนิติบุคคล หน่วยงานของรัฐ มีโรงเรือนปิด ปลอดภัย และมีการกำหนดปริมาณในการปลูก เพื่อให้พอกับความต้องการ แต่บุคคลทั่วไปไม่สามารถปลูกได้ เพราะกัญชายังถือเป็นยาเสพติด การขออนุมัติปลูกยังต้องผ่านคณะกรรมการยาเสพติดด้วย ซึ่งขณะนี้ผู้ขออนุญาตและใช้ประโยชน์จากกัญชา ของกลางยาเสพติด คือมหาวิทยาลัยรังสิต และองค์การเภสัชกรรม ดรภกอนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประมวลกฎหมายยาเสพติดของ ปปส และร่าง พรบยาเสพติดฉบับ สนช มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหน ต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัด ต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทยหรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัย แต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดุลและปลอดภัย ขณะที่นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ปปส กล่าวว่า แนวคิดผ่อนปรนเรื่องกัญชาออกจากยาเสพติดของไทยมีมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ในปี 2559 อันก๊าส (Ungass) กำหนดให้ประเภทภาคีสมาชิกกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดด้านยาเสพติดที่เหมาะสม ซึ่งไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ที่ผ่านมาบางคนมีการครอบครองเพื่อเสพ แต่เมื่อนำเข้ามาที่สนามบินกลับโดนโทษถึงประหารชีวิต เรื่องนี้ต้องผ่อนปรนอย่างเหมาะสม โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้รวบรวมกฎหมายยาเสพติด 17 ฉบับ 184 มาตรา มาพิจารณาให้เหมาะสม เขากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ คาดว่าในเดือน ธคจะผ่านการพิจารณาวาระ 1 ซึ่งจะให้อำนาจ รมวสาธารณสุข ในการผ่อนปรนยาเสพติดเพื่อใช้ในการศึกษาหรืออุตสาหกรรมได้ หลักของประมวลกฎหมายยาเสพติด ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ครอบคลุมเรื่องของการเพาะปลูกหรือการทดลองเพาะปลูก และการครอบครองต้องเป็นปริมาณที่เหมาะสม อนาคตจะครอบคลุมกระท่อมให้เสพแบบวิถีพื้นบ้านแบบไม่มีความผิด นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนการพิจารณาร่าง พรบยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากวิป สนชได้ทราบถึงข้อห่วงใยในกรณีที่มีบริษัทต่างชาติดำเนินการมาขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการนำกัญชาไปในทางการแพทย์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ที่ประชุมวิป สนชมีความเห็นว่าจำเป็นต้องเชิญอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามาชี้แจงต่อวิป สนชในวันที่ 20 พย ก่อนที่ สนชจะบรรจุร่าง พรบดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนชต่อไป เลขานุการวิป สนชกล่าวว่า เท่าที่ สนชส่วนใหญ่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วมีความเห็นว่า ปัจจุบันกัญชายังเป็นยาเสพติดต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่สามารถเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่จะได้รับการคุ้มครองทางสิทธิบัตรตามกฎหมายได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 9 (5) ของ พรบสิทธิบัตร พศ2522 ที่กำหนดว่าการประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน จะไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พรบ ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องไม่รับการจดสิทธิบัตรดังกล่าวเอาไว้ และจำเป็นต้องเพิกถอนคำร้องขอยื่นจดสิทธิบัตรทันที นายสมชายกล่าวว่า สนชเป็นห่วงว่าหากไม่ดำเนินการเพิกถอนการขอจดสิทธิบัตรออกไปก่อน เกรงว่าหากต่อไปเมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช และมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้ต่างชาติได้รับรองการจดสิทธิบัตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการที่หน่วยงานภาครัฐหรือมหาวิทยาลัยจะทำการวิจัยค้นคว้าทางการแพทย์ เนื่องจากต้องไปขออนุญาตจากเจ้าของสิทธิบัตรที่เป็นต่างชาติก่อน

  • เยี่ยมชมบล็อก:12759
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 356
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-07-31 18:06:05
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ดังนั้น ถ้าได้จดบันทึกก็จะทำให้ความทรงจำระยะสั้นดีขึ้น หรือจดจำสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ดี ที่สำคัญขณะกำลังเขียนหนังสือหรือจับปากกา ก็จะช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือไปด้วยในตัว ป้องกันทั้ง โรคนิ้วล็อก และ ฝ่ามือฝ่อลีบ อันเนื่องจากการที่คุณตาคุณยายไม่ค่อยได้หยิบจับสิ่งของ หรือไม่ได้ขยับมือบ่อย เมื่อเกิดภาวะฝ่ามือลีบ ก็จะทำให้หยิบจับสิ่งของได้ไม่ดี ดังนั้น การเขียนหนังสือบ่อยๆ ก็จะช่วยฝึกกำลังแขนและนิ้วมือให้หยิบจับช้อนกินอาหารได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ควรระวังในการเขียนหนังสือของคุณตาคุณยาย ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้ปากกาจะดีกว่า หรือหากเลือกใช้ดินสอก็ต้องเหลาให้แหลมน้อยที่สุด เพื่อป้องกันความแหลมคมไปกระแทกดวงตา และก็ให้หลีกเลี่ยงการนำปากกาไปเหน็บข้างหูขณะที่กำลังคิด เพราะอาจเกิดอันตรายจากการถูกขีดข่วนจากความคมของอุปกรณ์ดังกล่าว

ที่เก็บบทความ

2015(905)

2014(111)

2013(449)

2012(379)

การสมัครสมาชิก
pg slot24th1️⃣M98 2021-07-31 18:06:05

การจำแนกประเภท: ข่าว Guohua

บา คา ร่า 007, เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้นมุมมองการทำงานการเมืองวันนี้ มีความยากง่ายหรือมีอุปสรรคอย่างไรทำไมทักษะภาษาอังกฤษไทย ย่ำแย่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8? 15 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น พาดหัวข่าวบอกว่าการสำรวจระดับสากลล่าสุดบอกว่า คะแนนทักษะภาษาอังกฤษเฉลี่ยของคนไทยยังแย่ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 8 แล้ว เป็นข่าวที่คนไทยควรต้อง ตระหนก กันทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่คงจะแค่ ตระหนัก เท่านั้น ความตระหนักไม่ช่วยแก้ปัญหาเพราะนานๆ เข้าก็กลายเป็นเรื่อง ก็เป็นที่รู้ๆ กัน แต่ไม่มีใครลงมือทำให้ปัญหานั้นหายไปได้ ข่าวบอกว่าดัชนีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษนานาชาติชี้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยยังคง ย่ำแย่ และอยู่ในระดับเดิมเป็นเวลาถึง 8 ปีซ้อน สื่อไปถามผู้เชี่ยวชาญก็จะได้รับคำตอบเดิมๆ ว่าเพราะการเรียนการสอนของเราล้าหลัง เน้นแต่ท่องจำและสอนแต่ไวยากรณ์เป็นหลัก เราได้ยินได้ฟังข้อเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขเรื่องการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาหลายสิบปีแล้ว ทำไมปัญหายังแก้ไม่ได้? งานวิจัยหัวข้อนี้มีมากมาย ข้อสรุปและข้อเสนอก็มีเป็นปึกๆ แต่ไฉนจึงยังวนเวียนอยู่เช่นนี้ นั่นคือคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้ หาไม่แล้วเราก็จะวกวนอยู่กับปัญหา และข้อเสนอทางออกเดิมๆ แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังย่ำอยู่กับที่ คำถามต่อมาก็คือว่า ทำไมประเทศเพื่อนบ้านเราจึงสามารถยกระดับคะแนนทักษะภาษาอังกฤษได้ แต่เราทำไม่ได้ รายงานประจำปี 2561 ของสำนักงานจัดอันดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ หรือ Education First (EF) ที่มีสำนักงานใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งออกมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่าไทยอยู่ในอันดับ 64 จาก 88 ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้อังกฤษเป็นภาษาหลัก และได้คะแนนเพียง 4854 จาก 100 คะแนน เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยได้คะแนนในอันดับ 6 จาก 8 ประเทศอาเซียนที่ทำการสำรวจ เรียงตามลำดับ คือ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย เมียนมา และกัมพูชา รายงานเดียวกันนี้บอกว่า สวีเดนมีคะแนนสูงสุดในบรรดาประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประเทศที่คะแนนต่ำสุดก็คือ ลิเบีย ผลจากคะแนนสอบนำมาจัดหมวดหมู่เป็น 5 ระดับ คือ สูงมาก สูง ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก คะแนนของไทยถูกจัดอยู่ในระดับ ต่ำ และโปรดทราบด้วยว่าไทยเราอยู่ในระดับนี้ตั้งแต่ EF ออกรายงานฉบับแรกในปี 2554 หรือ 8 ปีแล้ว นอกจากนี้ EF ยังให้ข้อมูลเปรียบเทียบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของผู้หญิงว่า คะแนนของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมีเฉลี่ย 5457 และผู้ชาย 5263 จากผู้ทดสอบทั้งสิ้น 13 ล้านคนทั่วโลก คะแนนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายในไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผมอ่านข่าวนี้แล้วอยากรู้ว่าเขาทดสอบอย่างไร ก็ได้ความว่าเป็นการทดสอบแบบออนไลน์สำหรับคนทั่วไป โดยวัดผลจากทักษะการฟังและการอ่าน EF บอกว่าการสำรวจอย่างนี้อาจส่งผลให้ภาพรวมคะแนนออกมามากกว่าปกติ เพราะไม่ได้เข้าถึงกลุ่มคนยากไร้หรือคนที่ไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ผมพูดคุยกับผู้รู้หลายคน เห็นตรงกันว่าการจะแก้ไขปัญหานี้ต้อง รื้อทั้งระบบ และต้องกล้าคิดนอกกรอบจริงๆ เช่นยกเลิกการสอบในวัยเด็ก ให้สอนการสนทนาและการสื่อสารก่อน ไวยากรณ์ให้สอนให้วัยโตแล้ว และไม่ให้ความสำคัญมากเกินความจำเป็น มุ่งเน้นใช้งบประมาณสร้างคุณภาพครูและนักเรียน ไม่ทุ่มเงินไปสร้างตึกหรือการบริหารระบบราชการที่คร่ำครึ ว่ากันว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 ได้เสนอการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เป็นไปในทางที่เน้นให้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร หรือที่เรียกว่า communicative language teaching แต่เอาเข้าจริงๆ ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะครูยังคุ้นชินกับวิธีการสอนที่เน้นโครงสร้างหลักไวยากรณ์เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้มาตลอดไม่ว่าจะครูรุ่นใหม่หรือเก่าก็ตาม ผมสังเกตว่าครูและข้าราชการของเราไปดูงานต่างประเทศเรื่องสอนภาษาอังกฤษมากมาย รวมถึงตัวอย่างของการปฏิรูปการศึกษาของหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่นฟินแลนด์ แต่ทำไมเราไม่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับการศึกษาของเราได้? คำตอบคือการดูงานก็คือการดูงาน กลับมาก็ยังทำงานเหมือนเดิมเพราะกฎกติกาแก้ไขไม่ได้ กระบวนคิดหรือ mindset ก็ไม่เปลี่ยน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดไว้น่าฟังว่า ถ้าคุณทำอะไรเหมือนเดิม แล้วคาดหวังว่าผลที่ออกมาจะต่างไปจากเดิม คุณก็บ้าแล้ว ผมจึงเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้เหมือนกับหลายเรื่องที่ต้องยกเครื่องกันครั้งใหญ่ นั่นคือ การทำลายอย่างสร้างสรรค์ หรือ creative destruction นักการเมืองที่อาสาประชาชนมาบริหารประเทศในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ต้องตอบคำถามประชาชนว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ อย่างไร เอเอฟพีรายงานว่า รองประธานาธิบดีเพนซ์และนางซูจีได้พบปะทวิภาคีนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิกที่สิงคโปร์เมื่อวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ทันทีที่นั่งลงสนทนากัน เพนซ์ได้กล่าวต่อหน้านางซูจี ประณาม ความรุนแรงและการประหัตประหาร ชาวโรฮีนจาว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีข้อแก้ตัว จากนั้นเพนซ์ได้ท้าทายผู้นำเมียนมาวัย 73 ปีว่า เขาร้อนใจอยากได้ยินความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำผิด

อืมม์ม์ม์ไปๆ-มาๆ ไอ้ยุทธวิธี แตกแบงก์พันไปเป็นแบงก์ร้อย มันชักเป็นอะไรที่ไม่ได้กล้วยๆ ง่ายๆ ลื่นๆไหลๆ กันซักเท่าไหร่นัก เผลอๆ อาจแตกกระจัดกระจาย ไปเป็นเหรียญห้า เหรียญสิบ นับนิ้วมือ นิ้วตีน คาดคำนวณกันชนิดไม่หวัด-ไม่ไหว เรียกว่าขนาดถึงขั้นมีข่าวว่า นายใหญ่ และ น้องสาว ต้องลงมาดีดลูกคิด จิ้มเครื่องคิดเลขด้วยตัวเองอยู่ที่สิงคโปร์ อันนี้ต้องถือว่าชักจะยุ่งตายห่ะ ปวดหัวตายโหง ขึ้นมามั่งแล้ว เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้นเมื่อถามว่า มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี ด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง มีแต่ความรักความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ตนอยากเอาประสบการณ์จากการเลือกตั้งที่เคยมีมาเติมเต็มประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ที่มุ่งจะก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งนี้ จะมาดูเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง ทำให้เงินในกระเป๋าพี่น้องพองโตขึ้นมา และจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงเติมเต็มประชาธิปไตย ลดความเคลื่อมล้ำต่างๆ และให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทุกรูปแบบทำไมทักษะภาษาอังกฤษไทย ย่ำแย่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8? 15 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น พาดหัวข่าวบอกว่าการสำรวจระดับสากลล่าสุดบอกว่า คะแนนทักษะภาษาอังกฤษเฉลี่ยของคนไทยยังแย่ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 8 แล้ว เป็นข่าวที่คนไทยควรต้อง ตระหนก กันทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่คงจะแค่ ตระหนัก เท่านั้น ความตระหนักไม่ช่วยแก้ปัญหาเพราะนานๆ เข้าก็กลายเป็นเรื่อง ก็เป็นที่รู้ๆ กัน แต่ไม่มีใครลงมือทำให้ปัญหานั้นหายไปได้ ข่าวบอกว่าดัชนีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษนานาชาติชี้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยยังคง ย่ำแย่ และอยู่ในระดับเดิมเป็นเวลาถึง 8 ปีซ้อน สื่อไปถามผู้เชี่ยวชาญก็จะได้รับคำตอบเดิมๆ ว่าเพราะการเรียนการสอนของเราล้าหลัง เน้นแต่ท่องจำและสอนแต่ไวยากรณ์เป็นหลัก เราได้ยินได้ฟังข้อเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขเรื่องการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาหลายสิบปีแล้ว ทำไมปัญหายังแก้ไม่ได้? งานวิจัยหัวข้อนี้มีมากมาย ข้อสรุปและข้อเสนอก็มีเป็นปึกๆ แต่ไฉนจึงยังวนเวียนอยู่เช่นนี้ นั่นคือคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้ หาไม่แล้วเราก็จะวกวนอยู่กับปัญหา และข้อเสนอทางออกเดิมๆ แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังย่ำอยู่กับที่ คำถามต่อมาก็คือว่า ทำไมประเทศเพื่อนบ้านเราจึงสามารถยกระดับคะแนนทักษะภาษาอังกฤษได้ แต่เราทำไม่ได้ รายงานประจำปี 2561 ของสำนักงานจัดอันดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ หรือ Education First (EF) ที่มีสำนักงานใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งออกมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่าไทยอยู่ในอันดับ 64 จาก 88 ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้อังกฤษเป็นภาษาหลัก และได้คะแนนเพียง 4854 จาก 100 คะแนน เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยได้คะแนนในอันดับ 6 จาก 8 ประเทศอาเซียนที่ทำการสำรวจ เรียงตามลำดับ คือ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย เมียนมา และกัมพูชา รายงานเดียวกันนี้บอกว่า สวีเดนมีคะแนนสูงสุดในบรรดาประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประเทศที่คะแนนต่ำสุดก็คือ ลิเบีย ผลจากคะแนนสอบนำมาจัดหมวดหมู่เป็น 5 ระดับ คือ สูงมาก สูง ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก คะแนนของไทยถูกจัดอยู่ในระดับ ต่ำ และโปรดทราบด้วยว่าไทยเราอยู่ในระดับนี้ตั้งแต่ EF ออกรายงานฉบับแรกในปี 2554 หรือ 8 ปีแล้ว นอกจากนี้ EF ยังให้ข้อมูลเปรียบเทียบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของผู้หญิงว่า คะแนนของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมีเฉลี่ย 5457 และผู้ชาย 5263 จากผู้ทดสอบทั้งสิ้น 13 ล้านคนทั่วโลก คะแนนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายในไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผมอ่านข่าวนี้แล้วอยากรู้ว่าเขาทดสอบอย่างไร ก็ได้ความว่าเป็นการทดสอบแบบออนไลน์สำหรับคนทั่วไป โดยวัดผลจากทักษะการฟังและการอ่าน EF บอกว่าการสำรวจอย่างนี้อาจส่งผลให้ภาพรวมคะแนนออกมามากกว่าปกติ เพราะไม่ได้เข้าถึงกลุ่มคนยากไร้หรือคนที่ไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ผมพูดคุยกับผู้รู้หลายคน เห็นตรงกันว่าการจะแก้ไขปัญหานี้ต้อง รื้อทั้งระบบ และต้องกล้าคิดนอกกรอบจริงๆ เช่นยกเลิกการสอบในวัยเด็ก ให้สอนการสนทนาและการสื่อสารก่อน ไวยากรณ์ให้สอนให้วัยโตแล้ว และไม่ให้ความสำคัญมากเกินความจำเป็น มุ่งเน้นใช้งบประมาณสร้างคุณภาพครูและนักเรียน ไม่ทุ่มเงินไปสร้างตึกหรือการบริหารระบบราชการที่คร่ำครึ ว่ากันว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 ได้เสนอการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เป็นไปในทางที่เน้นให้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร หรือที่เรียกว่า communicative language teaching แต่เอาเข้าจริงๆ ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะครูยังคุ้นชินกับวิธีการสอนที่เน้นโครงสร้างหลักไวยากรณ์เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้มาตลอดไม่ว่าจะครูรุ่นใหม่หรือเก่าก็ตาม ผมสังเกตว่าครูและข้าราชการของเราไปดูงานต่างประเทศเรื่องสอนภาษาอังกฤษมากมาย รวมถึงตัวอย่างของการปฏิรูปการศึกษาของหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่นฟินแลนด์ แต่ทำไมเราไม่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับการศึกษาของเราได้? คำตอบคือการดูงานก็คือการดูงาน กลับมาก็ยังทำงานเหมือนเดิมเพราะกฎกติกาแก้ไขไม่ได้ กระบวนคิดหรือ mindset ก็ไม่เปลี่ยน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดไว้น่าฟังว่า ถ้าคุณทำอะไรเหมือนเดิม แล้วคาดหวังว่าผลที่ออกมาจะต่างไปจากเดิม คุณก็บ้าแล้ว ผมจึงเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้เหมือนกับหลายเรื่องที่ต้องยกเครื่องกันครั้งใหญ่ นั่นคือ การทำลายอย่างสร้างสรรค์ หรือ creative destruction นักการเมืองที่อาสาประชาชนมาบริหารประเทศในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ต้องตอบคำถามประชาชนว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ อย่างไร

อ่าน(310) | แสดงความคิดเห็น(794) | ส่งต่อ(276) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

Izumi Izumi kgm 2021-07-31

ปีกสีแดง พ่อไม่ได้เจอลูกมานานพอสมควร แล้วพอกลับมาเขามีวิธีการจูนยังไง เรสซิ่งถึงยอมไปอยู่กับพ่อ? แพท : เอาจริงๆเลยเรสซิ่งอยู่กับใครก็ได้ขออย่างเดียวไม่เห็นแม่ ไม่เห็นน้า ไม่เห็นคนที่เขาเคยเห็น นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่หลายๆคลิปเวลาพี่เบนซ์ลงแล้วทุกคนก็จะไปถามว่า แม่ล่ะ แพทตัดปัญหา ถ้าแพทอยู่ด้วย เรสจะไม่เอาพ่อเลย เขาก็จะหาแต่เรา หาแต่พี่เลี้ยง แต่พอไม่เห็นแม่เขาก็อยู่ได้นิ ก็เลยคิดว่าก็ควรอยู่กันแบบนั้น

เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น

ชู ยู คิง 2021-07-31 18:06:05

และเราเห็นจุดหนึ่งเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่มีแต่เรื่องของภาษี จึงมองว่าควรจะมีวิธีควบคุมให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเหล่านี้อยู่ในระบบมากกว่าการไปบีบบังคับ การที่เราได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ จึงได้ชวนเพื่อนๆ คนรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีมาร่วมแชร์ประสบการณ์ ร่วมทีมทำงาน วางแผน วางนโยบายในพรรคด้วย ขณะเดียวกันการที่เราทำงานในภาคอุตสาหกรรมมาก่อน สามารถนำมาต่อยอดเข้ากับงานการเมืองที่ทำได้ดี เพราะทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ล้วนมีความเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น หากสังคมขัดแย้งก็กระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง ทุกอย่างจึงต้องเดินไปด้วยกัน ต้องมั่นคงทั้งหมด ไม่ใช่มั่นคงแค่ด้านใดด้านหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้

Ming Chengzu Zhu Xi 2021-07-31 18:06:05

ชาวสวนยางเดินหน้ารวมพลแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ชี้เดือดร้อนจริงไม่มีการเมือง กฤษฎา ประชุมด่วน เตรียมชง ครม 20 พยออกแพ็กเกจใหญ่อุ้มราคายาง ระยะสั้นใช้งบ 20,200 ล้านเยียวยา-ดันราคารับซื้อ สถานการณ์ราคายางพาราเมื่อวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน ที่ราคาน้ำยางสดตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 28-31 บาท, ยางก้นถ้วย 12-15 บาท และยางแผ่น กกละ 32-35 บาท ทำให้กลุ่มชาวสวนยางยังคงเดินหน้ารวมพลกดดันรัฐบาลให้แก้ไขปัญหา โดยกลุ่มชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้นัดรวมพล 5 จุด และเคลื่อนขบวนรถมุ่งหน้าสหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โคออป) ขณะที่กลุ่มเกษตรกรสวนยาง อเวียงสระ สุราษฎร์ธานีเองก็รวมตัวบริเวณแยกใกล้ห้างโลตัสเวียงสระ เพื่อรอติดตามความเคลื่อนไหวจากชาวสวน จนครศรีธรรมราช นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ แกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารารายย่อยภาคใต้ กล่าวว่า ชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ และสุดทนกับความลำบากที่เกิดขึ้น ชาวบ้านอยากจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้รัฐบาลได้รับรู้ และในวันที่ 20 พยที่ จตรัง ก็เตรียมจัดกิจกรรมมารวมตัวกันด้วย การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่ขับไล่รัฐบาล เพราะถ้าใครไม่ชอบ พลอประยุทธ์ก็แค่ไม่เลือกในการเลือกตั้งสมัยหน้า ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง หรือมีเบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะเดือดร้อนจริงๆ นายศักดิ์สฤษดิ์ระบุ นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศไทย ระบุว่า ที่ผ่านมาชาวสวนยางได้ยื่นเรียกร้องขอความช่วยเหลือมาตลอด แต่กลับเงียบไม่มีความก้าวหน้าใดๆ จึงต้องเคลื่อนไหวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้านนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณี พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่งให้กระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาราคายางพาราภายใน 7 วันนั้น จากการประชุมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท) หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ 5 ราย ก็ได้ข้อสรุปว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม) อนุมัติงบประมาณค่าชดเชยการขาดรายได้แก่ชาวสวนยางพารา ซึ่งขึ้นทะเบียนกับ กยท 1,400,000 ครัวเรือน จากเดิมที่เคยจ่ายไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ โดยจ่ายให้ทั้งเจ้าของสวนและผู้รับจ้างกรีดยาง ซึ่งปกติแล้วชาวสวนยางแบ่งสัดส่วนกันร้อยละ 60:40 ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มจำนวนให้มากกว่าไร่ละ 1,500 บาท หรือยังคงอยู่ที่ไร่ละ 1,500 บาท แต่เพิ่มจำนวนไร่ต่อครัวเรือนให้มากกว่า 15 ไร่ ซึ่งไม่ต่างจากการช่วยเหลือเมื่อปี 2560 โดยใช้งบกว่า 10,200 ล้านบาท นายกฤษฎากล่าวว่า ยังจะทำระบบรักษาเสถียรภาพราคายางพารา โดยราคาที่เกษตรกรควรขายได้ขณะนี้ สำหรับราคาน้ำยางสด กกละ 37 บาท ยางก้อนถ้วย กกละ 37 บาท ยางแผ่นรมควัน กกละ 40 บาท โดยกำหนดงบไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นจะใช้งบของ กยท หากไม่เพียงพอจะเสนอของบกลาง และหากภาคเอกชนรับซื้อต่ำกว่าราคาดังกล่าว รัฐจะชดเชยให้กิโลกรัมละ 2 บาท ทั้งนี้ กยท จังหวัดจะเข้าไปดูแลปริมาณการขายอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการแจ้งเกินจริง ทั้งนี้ ระบบรักษาเสถียรภาพราคายางพาราจะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำอยู่จะดีขึ้นในระดับที่เกษตรกรคุ้มทุน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น ร่วมกับลดปริมาณน้ำยางดิบลงให้ได้ จากปัจจุบันกรีดน้ำยางออกสู่ตลาดปีละ 4,500,000 ตัน สมควรลดลงเหลือ 4,000,000 ตัน นายกฤษฎากล่าว และว่า ไทยส่งออกยางพาราได้ปีละ 4,000,000 ตัน ที่เหลืออีก 1,500,000 ตันอยู่ในประเทศ แต่ใช้ไม่หมด จึงล้นตลาดกดราคามาตลอด จากนี้ไปไม่สามารถพึ่งการส่งออกเป็นหลักได้ เนื่องจากมีหลายประเทศที่ปลูกยางพาราเพื่อส่งออกเช่นกัน ดังนั้นการเพิ่มปริมาณการใช้ยางจึงเป็นแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการสร้างแรงจูงใจด้วยมาตรการลดภาษี นายกฤษฎากล่าวต่อว่า ยังมีมาตรการที่ทำควบคู่กัน คือให้ กยทประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อจัดทำเครื่องนอน ทั้งที่นอนและหมอนจากยางพารา มอบให้โรงพยาบาล โรงเรียนประจำ สถานสงเคราะห์ ค่ายทหาร และเรือนจำ โดยให้ กยทรับซื้อน้ำยางดิบจากเกษตรกรราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 37 บาท โดยจะเสนอของบกลางมาดำเนินการ ซึ่งปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณจากที่หน่วยงานเหล่านี้ต้องจัดสรรงบเพื่อซื้อเครื่องนอนมาสนับสนุนการใช้ยางพารา โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการใช้น้ำยางสดให้ได้ 170,000 ตันในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะเริ่มรับซื้อทันทีที่ทราบปริมาณความต้องการใช้ ส่วนยางค้างสต๊อกที่เริ่มเสื่อมคุณภาพประมาณ 104,000 ตัน จะนำไปทำแผ่นปูพื้น โดยสั่งการให้ กยทเร่งสำรวจข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย กยทจะผลิตให้แก่โรงเรียนและสนามกีฬาที่ต้องการ ยังได้ประสานงานกระทรวงการคลังเพื่อให้พิจารณาว่าสามารถออกประกาศระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการการใช้ยางพาราในภาครัฐเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่ยังมีงบประมาณสำหรับสนับสนุนโครงการนี้อีกกว่าหมื่นล้านบาทมาซื้อยางพาราไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ตามเป้าหมาย 200,000 ตัน จากปัจจุบันใช้ไปเพียง 8,800 ตัน เนื่องจากที่ผ่านมายังติดขัดปัญหาระเบียบพัสดุฯ ที่ต้องซื้อของราคาต่ำที่สุด แต่มีความคุณภาพสูงสุด รวมทั้งทำระบบประกันรายได้ของชาวสวนยางพารา โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก) ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้ กระทรวงจะนำเสนอในที่ประชุม ครมในวันที่ 20 พยนี้ นายกฤษฎาระบุ, ผมมาอยู่ในพรรคชาติพัฒนาก็ได้รับโอกาสเยอะ ได้พูด ได้เสนอความคิดเห็น ได้ออกงาน ได้รับโอกาสมากมาย เป็นการทำงานผสานระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า มีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ ซึ่งนั่นจะทำให้การทำงานของพรรคเรามีความเข้มแข็ง มีความทันสมัยมากขึ้น และทำให้เห็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน 。 เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น。

เพลง Wengong 2021-07-31 18:06:05

อะไรต่อมิอะไรมันเลยเกิดอาการ ตีกันเอง ตั้งแต่เริ่มแรก หรือทำให้บรรดาพลพรรคเผาๆ ทั้งหลาย ต้องหันมานั่งคิดคำนวณกันเอาเอง ว่าใครจะอยู่สายไหน ใครจะเผาแบบไหน จนอาจออกอาการ เละตุ้มเป๊ะ ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มต้นออกสตาร์ท อันนี้นี่แหละที่ว่ากันว่า อาจเป็นเหตุให้ นายใหญ่ และ น้องสาว เลยต้องลงมา ครอบงำ อะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเอง แม้ว่าจะเสี่ยงแสนเสี่ยงกับการถูกยุบ-ไม่ถูกยุบ ก็ตามแต่ หรือสรุปแล้วมันออกจะไม่ง่ายๆ ไม่ได้ลื่นๆ ไหลๆ กันซักเท่าไหร่นัก,เมื่อถามย้ำว่า ตั้งใจจะลงบัญชีรายชื่อ หรือระบบเขต นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสนใจ มาทำงานคงไม่ได้หวังอะไร แต่อยากส่งเสริมภาพรวมของพรรค เป็นที่ปรึกษาในภาพรวมต่างๆ เพื่อสามารถดูภาพรวมในการทำงานได้กว้างขึ้น ทั้งนี้ เมื่อตนมาอยู่กับพรรค ทษช แล้วคงไม่ได้ปรึกษา หรือพูดคุยกับใครในพรรคเพื่อไทย แต่ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับหลายคน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ รวมถึงนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทยด้วย。 สรุปรวมความแล้วงานนี้ ถ้าไม่รู้จะโทษใคร คงต้องหันไปโยนบาปให้ อาจารย์ มีชัย ท่านนั่นแหละ ที่ได้ออกแบบ ดีไซน์ รัฐธรรมนูญฉบับจัดสรรปันส่วนผสม เอาไว้แบบน่าปวดเศียร เวียนเกล้า เอามากๆ แต่ก็นั่นแหละบาปที่ว่านี้ ก็อาจไม่ได้เกิดจากการคิดร้าย คิดเสียๆ หายๆ กับส่วนรวมหรือประเทศชาติมากมายซักเท่าไหร่นัก เผลอๆอาจออกไปทาง บาปบริสุทธิ์ อีกต่างหาก คือเกิดจากความบริสุทธิ์ใจ หวังจะให้สิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ต้องมีอะไรคอยควบคุม กำกับ เอาไว้มั่ง ส่วนอะไรที่จะเป็นตัวควบคุม กำกับ หลังเลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่ว่าเดือนไหน ปีไหน ผ่านพ้นไปแล้วอีกไม่นาน ก็คงรู้เอง นั่นแล。

ฮิลล์ แรงยัง 2021-07-31 18:06:05

เปลี่ยนการเมืองด้วยคนรุ่นใหม่ ชนภัทท์ เสริมทัพ ชาติพัฒนา 15 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ,มุมมองการทำงานการเมืองวันนี้ มีความยากง่ายหรือมีอุปสรรคอย่างไร。 ต้องบอกว่า คิดถึงนะ สำหรับ คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มิตรเก่า-สหายเก่า ไม่พบกันนานเป็นสิบปี คือ นับแต่วันคุณมิ่งขวัญเข้าไปเป็นรัฐมนตรีสมัย คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ แล้ว จากนั้น มาวานนี้เอง (๑๔ พย๖๑) ที่ได้เห็นหน้า-เห็นตาอันบ่งบอกว่าสุขสบายดีของคุณมิ่งขวัญ ยิ่งดีใจ เมื่อคุณมิ่งขวัญประกาศเข้าสู่การเมืองเลือกตั้งอีกครั้ง ในฐานะ -หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ -หัวหน้าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ -เป็นว่าที่ นายกรัฐมนตรี ของบัญชีพรรค และดีใจยิ่งขึ้น เมื่อเห็นชื่อพรรค เศรษฐกิจใหม่ ไม่มีคำว่า เพื่อ นั่น-เพื่อนี่ นำหน้า แสดงว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่หางแดงจำแลงมาแน่? ก็คงจะแน่ เพราะคุณมิ่งขวัญระบุถึงคนชื่อ สุภดิช อากาศฤกษ์ ผู้จดตั้งพรรค ซึ่ง กกตรับรองเป็นพรรค พร้อม พลังประชารัฐ เมื่อ ๖ พย ว่าได้พูดจาสรุปตกลงกันแล้ว ใน ๓ หลักการ คือมอบให้คุณมิ่งขวัญ เป็น ผู้นำนโยบาย-ผู้นำบริหารพรรค แล้วเชื่อได้มั้ย ว่าพรรคนี้ ไม่ใช่พรรคหาง เพื่อ จำแลงมา? โบราณบอก ดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ จะดูให้แน่ ต้องแก้ผ้าดู! งั้นก็ต้องไปดูถึง ต้นกำเนิด ว่า ใครเป็นผู้จดตั้ง พรรคเศรษฐกิจใหม่ และใครเป็นหัวหน้าพรรค? ชื่อ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ นั่นแหละ แล้ว นายสุภดิช คือใคร? หนังสือพิมพ์ สยามรัฐ บอกว่า นายสุภดิช คือ ลูกชายท่าน สุธี อากาศฤกษ์ เอ่ยชื่อ สุธี อากาศฤกษ์ คนวันนี้จะรู้จักท่านหรือเปล่าก็ไม่ทราบ สำหรับผม ท่านติดอยู่ในใจ! สุธี อากาศฤกษ์ อดีต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๒๙ สังคมยกท่านเป็นเปาบุ้นจิ้น ข้าราชการซื่อสัตย์ ของแผ่นดินคนหนึ่ง ผมยังจำภาพได้ติดตา หนังสือพิมพ์ถ่ายไปลงหน้า ๑ ท่านสวมเสื้อเชิ้ตผูกไท หิ้วกระเป๋า ขึ้นรถเมล์ ไปทำงาน แทบทุกวัน! ท่านเคยเป็น เลขาฯ ปปป ปราบคอร์รัปชัน ที่เป็น ปปชวันนี้ งานวิจัยของท่าน ว่าด้วยมูลเหตุ ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ๘ ประการ ถึงวันนี้ ไม่ผิดเพี้ยน นายกฯ ประยุทธ์ ซึ่งจะต้องบริหารประเทศต่อในเทอมหน้า รวมทั้ง ปปชน่าจะหาอ่าน เป็นแนวทาง สำนึก-สำเหนียก เพื่อแก้ไข ผมจะยกมาให้อ่าน ๑องค์ประกอบที่เป็นมูลเหตุของการทำผิด ๔ ประการ -โอกาส (Opportunity) ที่เอื้ออำนวยต่อการทำผิด -สิ่งจูงใจ (Incentive) ที่เพียงพอจะทำให้ผิด -ความเสี่ยงภัย (Risk) ถ้าเสี่ยงภัยน้อยก็กระทำผิดได้ง่าย -ความซื่อสัตย์ (Honesty) ถ้ามีไม่พอก็จะทำผิดได้ ๒เศรษฐกิจและการครองชีพ รายได้ไม่พอกับรายจ่ายหรือต่ำกว่าระดับการครองชีพ ๓ความผันผวนและเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากการ เข้าออก ของคณะรัฐมนตรี มีบ่อย ในช่วงระยะเวลาอันสั้น ก็จะเกิดช่องว่างในทางการบริหารของรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง ขาดการติดตามผล เกิดความหละหลวมในทางปกครองบังคับบัญชาข้าราชการประจำ ก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการขึ้น ๔กรณีแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม การแสดงออกในสังคมของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในทางฟุ่มเฟือย เกี่ยวกับการ กินอยู่หลับนอน การรับเลี้ยงจากพ่อค้า นักธุรกิจที่ติดต่อราชการ ทำให้เกิดความสำนึกในบุญคุณ เป็นผลให้ไม่สามารถรักษาความเป็นธรรมและถูกต้องตามหลักราชการได้ ๕การบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพ ผู้บังคับบัญชาที่ ปล่อยปละละเลย ไม่ควบคุมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามระเบียบวินัย ปล่อยให้มาทำงานสาย ใช้เวลาราชการไปประกอบกิจหารายได้ส่วนตัว การหละหลวมในทางปกครอง เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดการทุจริต เช่น การยักยอกเงินหรือของใช้ของทางราชการ เบียดบังหารายได้ สร้างหลักฐานเท็จ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ๖กฎหมายหรือระเบียบมีช่องว่างมีข้อบกพร่อง เปิดโอกาสให้ทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการได้ ๗การมีตำแหน่งหน้าที่ เอื้ออำนวย ต่อการกระทำความผิด โดยเฉพาะตำแหน่งมีอำนาจในทาง ให้คำอนุมัติ อนุญาต ให้สัมปทานหรือใบประกอบการ ต่างๆ ผู้ประกอบการเอกชน มักจะยอมเสียเงิน ติดสินบน เจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว และสามารถ เลี่ยงระเบียบกฎหมาย ได้ ทั้งในระดับต่ำและระดับสูง ๘การตกอยู่ในภาวะแวดล้อม และอิทธิพลของผู้ทุจริต และมูลเหตุจูงใจอื่นๆ ภาวะแวดล้อมดังกล่าว ได้แก่ ลักษณะที่เรียกว่า กินกันเป็นทีม ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ยอมรับประโยชน์ที่ ได้แบ่งปันกัน ก็มักจะเป็นอันตรายต่อชีวิตร่างกาย และอาชีพรับราชการ ครับ นี่คือท่านสุธี อากาศฤกษ์ ข้าราชการตัวอย่าง ของแผ่นดิน มือปราบคอร์รัปชัน ที่ประชาชนยอมรับ ซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปี ๒๕๔๒ ดูจากต้นรากแล้ว นายสุภดิช ผู้ก่อตั้งพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่น่าเป็น ผลไม้พิษ ในทางอาชีพ เป็นนักธุรกิจทางสินค้าเกษตรแปรรูป เคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน อกริเพียว โฮลดิ้งส์ ปัจจุบัน จะรายใหญ่หรือรายเล็ก ไม่ทราบ! เนี่ยก็ส่องกล้องพรรค เศรษฐกิจใหม่ ที่คุณมิ่งขวัญบอกว่า คุณสุภดิชไป ร้องขอให้มา เป็น ว่าที่นายกฯ ของพรรค ได้อย่างนี้ ท่านก็ใช้เป็น ข้อมูลเบื้องต้น ประกอบการพิจารณาเอาเองก็แล้วกันว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ น่าจะเป็น แนวร่วม ข้างไหน ในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อผลเลือกตั้งปีหน้าออกมา? แต่ถ้า เศรษฐกิจใหม่ คนเลือกมาเป็นที่ ๑ ก็ไม่ต้องถามว่าข้างไหน เพราะคุณมิ่งขวัญบอกแล้ว เป็นนายกฯ เอง ! แบบนี้ ด้วยยี่ห้อ มิ่งขวัญ เห็นที ใหม่ด้วยกัน อย่าง ธนาธรอนาคตใหม่ ชิดซ้ายไถลลงคูซะก็ไม่รู้? พูดถึงเลือกตั้ง ชั่วโมงนี้ แต่ละพรรคแอ็กชันข่มกันน่าดู พรรคพลังประชารัฐ ออกสตาร์ตมา ๒ วัน ทำเอาบรรดาพรรคทายาทอสูร จืด ลงไปตามลำดับ นายอุตตม สาวนายน เริ่มปูทางถึง คนหน้านิ่ง ที่จะทาบมาเป็น นายกฯ ในบัญชีพรรคแล้ว คนหน้านิ่ง ตอนนี้ ดังมาก Saisawan Khayanying โพสต์ fb วันก่อน ตอนหนึ่งว่า น้องมิลค์ เด็กหญิงวรรรญา วรรณผ่อง ( ชื่อน้องมี รเรือ 3 ตัว อ่านว่า วัน-ระ-ยา) อายุ 11 ปี ดีกรีแชมป์โลก จากการแข่งขันบินโดรนรายการใหญ่ที่สุดแห่งปี ที่เสินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นแชมป์บินโดรน ที่อายุน้อยที่สุดในโลกในปัจจุบัน น้องมาบันทึกเทปรายการ ไลท์นิ่ง ทอล์ค กับ สายสวรรค์ ขยันยิ่ง ฯลฯ ตลอดเวลาที่น้องมิลค์มาถึงช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ เข้าห้องแต่งตัวให้พี่ๆ ทาแป้ง ถักผมเปียให้ และมีพี่ๆ ทีมข่าวกีฬามาขอสัมภาษณ์ ถ่ายรูป พูดคุยหยอกล้อกับน้อง จนกระทั่งเข้าสตูดิโอสัมภาษณ์รายการ เราจะไม่เห็นรอยยิ้มจากน้องมิลค์เลย เรียกว่าเป็น เสือยิ้มยาก ตัวจริง แต่ในที่สุด ก็รู้คำตอบ เมื่อถามน้องในรายการว่า คิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งของตัวเองคะ น้องมิลค์ตอบหน้านิ่งๆ ว่า คือการที่หนูหน้านิ่งค่ะ!!! หน้านิ่งเป็นจุดแข็งอย่างไรคะ ถามต่อ น้องมิลค์จึงตอบด้วยแววตาเป็นประกายบนใบหน้านิ่งๆ นั้นว่า เพราะคู่ต่อสู้จะไม่รู้เลยว่าหนูคิดอะไรอยู่ หรือรู้สึกอะไรอยู่ และคุณพ่อก็อธิบายเสริมว่า เวลาไปแข่งแต่ละสนาม คู่แข่งจะตื่นเต้น ยิ่งเห็นหน้ามิลค์นิ่งๆ แบบนี้บางคนเกร็งจนมือสั่นเลย !!!! 55555 ที่แท้นี่เป็นกลยุทธ์ในการข่มขวัญคู่ต่อสู้นี่เอง!!! ก็จะออก ช่อง 13 family เช้าวันนี้ ตามดูละกัน ผมชอบกลยุทธ์ใช้ หน้านิ่ง สยบเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ของน้องมิลค์มาก แต่ หน้านิ่ง ของคนที่นายอุตตมทาบ จะใช้สยบทายาทอสูรได้ขนาดไหน ปลายเดือนนี้รู้!。

พระเจ้าฮั่นโกโจหวังเจี้ยน 2021-07-31 18:06:05

ปัญหาเรื่องผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน จะสร้างความรำคาญให้กับผู้สูงอายุในช่วงอากาศเย็นหรือใกล้ฤดูหนาวอย่างมาก เพราะอายุที่มากขึ้น ทำให้มีไขมันใต้ผิวหนังน้อย และต่อมไขมันทำงานลดลงตามอายุ จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ยิ่งเมื่ออาบน้ำอุ่นจัดก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก การป้องกันปัญหานี้ ควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ไม่อาบน้ำนานๆ และควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำและเช็ดตัวพอหมาดๆ ทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ส่วนผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อนจะปลอดภัยกว่า และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง เพราะสารเคลือบผิวจะหลุดลอกออกได้เมื่อเวลาผ่านไป,รองประธานาธิบดีสหรัฐไล่เบี้ย ซูจี กรณีโรฮีนจา 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 21:54 น รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐ ผสมโรงกดดันนางอองซาน ซูจี ระบุขณะพบกันนอกรอบที่สิงคโปร์เมื่อวันพุธว่า ความรุนแรงที่กองทัพเมียนมากระทำต่อชาวโรฮีนจานั้น ไม่มีข้อแก้ตัว และสหรัฐอยากเห็นความคืบหน้าในการลงโทษผู้กระทำผิด。สรุปก็คือรอฟังจากปากคุณเบนซ์อย่างเดียวเลย? แพท : ใช่ ซึ่งในแนวโน้มแพทก็ตอบแทนเขาไม่ได้แต่เท่าที่คุยกันล่าสุดดูดีนะ เหมือนเขาใช้เวลาสองเดือนกว่าๆ คิดอะไรสักอย่างนึงแล้วมีการทักมาบอกภรรยาว่าอยากมาเล่นกับลูกเราก็แหย่ไปว่ามาเล่นกับลูกไม่จำเป็นต้องให้เราไปส่งลูกที่บ้าน หรือจะต้องมาเล่นกันที่โรงเรียน คุณแวะมาเล่นที่บ้านฉันก็ได้ ที่บ้านฉันมีบริเวณแล้วอยากช่วยเขาคิดว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง เหมือนสมองเขาตื้อ เขาเคยมีภรรยา อยู่สังคมข้างนอกมาปีกว่าอยู่ดีๆเขาถูกตัดทุกอย่างแล้วเข้าไปอยู่ข้างในปีกว่า พอออกมาแล้วคนจับตามองเขาเยอะมาก แพทก็เลยโอเค งั้นคุณใช้เวลาตรงนี้ค่อยๆคิด เราจะไม่เร่ง เพราะก่อนหน้านี้แพทเคยเร่งช่วงเดือนแรกๆ ถามอยู่นั่นว่าจะเอายังไง จะเป็นพ่อแม่ จะเป็นสามี เอายังไง อยู่ดีๆสามีหายไป เราก็ถามเขาตรงๆว่าหายไปไหน เขาก็บอกว่าเวลาเราไลน์ไป คุณชอบบีบผมให้ผมพูดว่าจะเอายังไง ก็ผมไม่รู้จะพูดยังไงก็เลยตัดปัญหาไม่พูดอีกเลย。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

แจก เครดิต ฟรี jdb 1️⃣2021| 777 รอยัล คา สิ โน1️⃣LOOK618| สล็อต แจก อั่ ง เปา ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| เว็บ เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์ ล่าสุด 2021 1️⃣2021| โปร โม ชั่ น ฝาก 1 บาท ได้ 1001️⃣LOOK618| amb ufa1️⃣LOOK618| สล็อต ไม่มี ขั้น ต่ำ ฟรี โบนัส1️⃣M98| ถอนเงิน slotxo 111️⃣LOOK618| slotv8 auto1️⃣M98| 918kiss joker1️⃣LOOK618| เค ดิ ต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣LOOK618| 50 รับ 100 ไม่ เทิ ร์ น 1️⃣2021| ufa heng 168 1️⃣2021| greenx88 ฟรี ส ปิ น1️⃣LOOK618| บา คา ร่า คา สิ โน ออนไลน์ ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| โหลด โจ๊ก เกอร์ 8899 1️⃣2021| ฝาก 20 ได้ 1201️⃣LOOK618| สมัคร เล่น รู เล็ ต ออนไลน์ 1️⃣2021| joker สล็อต 99 1️⃣2021| xo slot 1231️⃣M98| empire7771️⃣M98| สล็อต แจก เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เข้า เล่น เกม joker1️⃣LOOK618| 918kiss ยิง ปลา1️⃣LOOK618| คา สิ โน เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| ฝาก 20 รับ 100 วอ เลท ล่าสุด1️⃣LOOK618| slot48 xo1️⃣M98| ฝาก 10 รับ 50 ล่าสุด 20211️⃣LOOK618| crown98 joker 1️⃣2021| เกม สล็อต ฟาโรห์1️⃣M98| สล็อต โจ๊ก เกอร์ ผ่าน วอ เลท1️⃣LOOK618| winner555 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 50 ล่าสุด1️⃣M98| scr7791️⃣LOOK618| 681 joker1️⃣LOOK618| สล็อต xo 888 เครดิต ฟรี1️⃣M98| fhm99 download1️⃣M98| slot pg 777โจ๊ก เกอร์ สล็อต1️⃣M98| joker 123 th 1️⃣2021| 918 slot auto1️⃣M98| joker slot 2020 1️⃣2021| jdb เครดิต ฟรี 20211️⃣LOOK618| มาเฟีย 3331️⃣LOOK618| เล่น เกม แล้ว ได้ เงิน ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣M98| slot แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2019 ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 678 1️⃣2021| ทาง เข้า คา สิ โน ออนไลน์ 1️⃣2021| megabet8 free1️⃣M98| สล็อต sweet bonanza1️⃣M98| slot ฝาก 1 รับ 501️⃣M98| ambpoker12341️⃣M98| fingame881️⃣LOOK618| 1688 sa1️⃣M98| คา สิ โน ufa350 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต 9181️⃣M98| mafia เครดิต ฟรี 50 ล่าสุด1️⃣M98| สล็อต 1234 ฝาก 10 รับ 1001️⃣M98| ฝาก ถอน ผ่าน true wallet 1️⃣2021| ฝาก 9 บาท รับ 100 ล่าสุด1️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี jdb 1️⃣2021| joker168th1️⃣LOOK618| ฝาก 1 รับ 50 ล่าสุด1️⃣M98| ufa ฝาก 10 ฟรี 100 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ เติม ท รู วอ เลท 1️⃣2021| 168 xbet1️⃣LOOK618| สมัคร slot joker วอ เลท1️⃣LOOK618| คา สิ โน gundum791️⃣LOOK618| ฟรี เครดิต slotxo1️⃣M98| แอ พ สล็อต ยืนยัน เบอร์ โทร รับ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ทาง เข้า pg 168 1️⃣2021| slot ถอน true wallet 1️⃣2021| slotxo1231️⃣M98| grand slot168 1️⃣2021| 7slotvip 1️⃣2021| pg slot ท รู วอ เลท1️⃣M98| เวฟ เกม ออนไลน์1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี joker1️⃣M98| slotxo 3k 1️⃣2021| slot ออ โต้ 1️⃣2021| ฝาก 100 รับ 100 pg1️⃣LOOK618| 168 galaxy slot1️⃣LOOK618| joker888net1️⃣M98| slot joker วอ เลท 1️⃣2021| เว็บ สล็อต ยอด นิยม 20201️⃣LOOK618| สล็อต สาย ตรง1️⃣LOOK618| สมัคร gclub royal16881️⃣M98| slotxo เว็บ ตรง1️⃣M98| ufabet ยิง ปลา1️⃣LOOK618| เว็บ ufa ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| joker123 ทาง เข้า มือ ถือ1️⃣LOOK618| joker888 auto1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี จี คลับ1️⃣LOOK618| 333superslot1️⃣M98| โชค ดี 777 สล็อต 1️⃣2021|